เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา บริษัท ยูมีพลัส กรุ๊ป จำกัด โดยคุณณัฐวิชช์ ธนกฤษศิริพัฒน์ และ รศ.ดร.นิตยาวดี พันธุ์เศรษฐ 2 ประธานผู้ก่อตั้ง ถือฤกษ์งาม ทำบุญฉลองอาคารสำนักงานใหญ่ใหม่ บริษัท ยูมีพลัส กรุ๊ป จำกัด และบริษัท เอเชีย ยูมีพลัส กรุ๊ป จำกัด พร้อมนำทัพผู้นำฉลองวันประวัติศาสตร์ กับคนประวัติศาสตร์ บนงานประกาศตำแหน่งเกียรติยศ นักธุรกิจยูมีพลัส 








ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท บริษัทยูมีพลัส ยึดนโยบายในการบริหารงานด้วยเงินสด 100% มาตลอด จนกระทั่งในปีที่ 2 ความมั่นคงและความเป็นปึกแผ่น ของยูมีพลัส ก็ปรากฎเด่นชัด ทั้งการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ มูลค่ากว่า 350 ล้านบาท บนทำเลทองติดถนนพระราม 2 ย่านอุตสาหกรรม การเปิดให้บริการที่กระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ ที่ AEC เพื่อนบ้านก็เป็นการลงทุนของบริษัทเองทั้งหมด และยูมีพลัส ประเทศไทย ยังเป็นบริษัทแม่ที่มีการลงทุนในบริษัทลูก ในต่างประเทศ ได้แก่ประเทศ  ลาว กัมพูชา และเมียนมา โดยการลงทุนจากประเทศไทยทั้ง 100%

กับช่วงเวลา 2 ปี  ที่ผ่านมา ยูมีพลัส สร้างสถิติ สามารถนำพานักธุรกิจยูมีพลัส ประสบความสำเร็จ รับรายได้หลักล้านบาทต่อเดือน มากกกว่า 50 รหัส รายได้หลักแสน มากกว่า 1,000 รหัส ถือเป็นบริษัทน้องใหม่ ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว 


จำนวนผู้ประสบความสำเร็จ สะท้อนให้เห็นว่า แผนการจ่ายผลตอบแทน ของยูมีพลัส สามารถทำได้ไม่ยาก จากประสบการณ์ตรงของผู้บริหาร ที่คร่ำหวอดในธุรกิจเครือข่าย ทำให้การออกแบบแผน ตอบสนองต่อความต้องการ และเป็นไปได้จริง เริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายด้วยเงินเพียงจำนวนหลักพัน 

ด้วยระบบขับเคลื่อนองค์กร ที่สมบูรณ์แบบ ทำให้โอกาสความสำเร็จของหุ้นส่วนธุรกิจ ยูมีพลัส ง่ายและเป็นไปได้ หลายคนได้มีโอกาสสร้างชีวิตใหม่ กับยูมีพลัส โดยปราศจากความรู้ เงินลงทุน แต่สามารถประสบความสำเร็จในช่วงระยะเวลาไม่นาน  ด้วยระบบการพัฒนานักธุรกิจ จากผู้บริหารที่มีประสบการณ์

วันที่ 7 เมษายน จึงเป็นวันประวัติศาสตร์ ที่ บริษัท ยูมีพลัส ประกาศศักดา รังสรรความเพียบพร้อมทุกองค์ประกอบความสำเร็จ จัดงานประกาศเกียรติยศ กับนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ในตำแหน่ง Core Leader  ตำแหน่ง JADE และตำแหน่ง Pearl เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และเป็นแบบอย่างที่ดี ในการดำเนินธุรกิจ ให้กับหุ้นส่วนธุรกิจยูมีพลัส รุ่นถัดไป



































กับการก้าวย่างอย่างยิ่งใหญ่และมั่นคง ของบริษัทยูมีพลัส
ทุกทิศ ทุกเส้นทางเครือข่าย มุ่งสู่ยูมีพลัส ด้วยศักยภาพความพร้อม บริษัท สินค้า แผน ทีม ผู้นำ และกลยุทธ์ของผู้บริหาร 
วันนี้ ..ยูมีพลัสเติบโตอย่างมั่นคง ด้วยผลลัพธ์รายได้ที่ชัดเจน การทำงานอย่างมีระบบ ผู้นำคุณภาพ จากเครือข่ายทั่วประเทศ.

วันประวัติศาสตร์!! ยูมีพลัส กรุ๊ป กับก้าวย่างที่มั่นคง สร้างสำนักงานใหญ่อลังการ พร้อมฉลองประกาศเกียรติยศแก่นักธุรกิจ UME PLUS HONOR


23 ตุลาคม 2561
สำนักฮวงจุ้ยเบญจธาตุสัมพันธ์
 โดยอาจารย์อาคม หนูทอง และอาจารย์เหน่ง รัชศนัณภ์ ประยูรวรวงศ์ 
จัดพิธีปลุกเสกเบิกเนตรไคกวง 
ปลุกเสกวัตถุมงคล 
และ #สวดบูชาดาวนพเคราะห์
เพื่อ #เสริมดวงชะตาบารมี
#สะเดาะเคราะห์กรรม

ให้ประสบ ความสำเร็จ
โชคลาภเงินทอง หลั่งใหลมาปี 2562
สำหรับท่านที่สั่งจองวัตถุมงคลผ้ายันต์กันชง 

ท่านที่ต้องการจอง เช่าบูชา ตะกรุดยันต์กันชงปี2562



ตะกรุดยันต์กันชง
บูชา 299.-บาท
ค่าจัดส่ง 50 บาท เก็บเงินปลายทาง +50 บาท



จองบูชา FB Messenger : m.me/aj.nangfengshui (ทักขอบูชา)
#จองบูชา Line : https://line.me/R/ti/p/%40ajnanghora (ทักขอบูชา)
โทร.083 079 6864
ผ้ายันต์กันชงเสริมดวงประจำปี 2562 เทพไท้ส่วยเอี๊ยะ" คุ้มครอง ป้องกัน ทั้ง 12 นักษัตร

พิธีปลุกเสกเบิกเนตรไคกวง วัตถุมงคล สำนักฮวงจุ้ยเบญจธาตุสัมพันธ์ เสริมดวง แก้ชง 2562

ดร.พิศาล ประกาศลั่น! สร้างคุณภาพชีวิตคนไทยใหม่ 
พร้อมนำทัพนักธุรกิจเอ็มไออาร์
 เป้าหมายรายได้หลักล้านกว่า 200 รหัส
 ในปี 2562 ระดมผู้นำปักหมุดหัวเมืองหลัก 4 ภาค!!

21 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา
บริษัทเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์จํากัด โดยดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานกรรมการบริหาร
คุณวีรวรรณ  เลิศวรธรรมรองประธาน และคุณวุฒิพันธ์ เลิศวรธรรม กรรมการบริหาร
จัดกิจกรรมเอ็มไออาร์วิชั่น เปิดโอกาสทางธุรกิจกับธุรกิจเครือข่ายสีขาวเอ็มไออาร์เวิลด์วายด์ ขับเคลื่อนองค์กรขยายโอกาสทางธุรกิจ ครอบคลุมหัวเมืองหลัก กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ อุดรธานี หาดใหญ่และสุราษฎร์ธานี พร้อมระดมผู้นำระดับแนวหน้าของบริษัทขับเคลื่อนด้วยระบบ MIR Power System ระบบความสำเร็จเน้นผลลัพธ์ ครบทุกฟังชั่น ตอบสนองทุกความต้องการ เป้าหมายสู่การเป็นบริษัทธุรกิจเครือข่ายชั้นนำระดับโลก ผ่านรูปแบบการจ่ายผลตอบแทน ที่เน้นการบริโภคมากกว่าการลงทุน เป้าหมายสร้างนักธุรกิจเงินล้านในปีพ.ศ. 2562 ไม่น้อยกว่า 200 รหัส สร้างโอกาสกับผู้คนในสังคมให้สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั่วประเทศ




MIR VISION โดย ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี
จากการทุ่มเททำงานด้านการค้นคว้าวิจัยพัฒนาสินค้าใหม่ๆ และดำเนินธุรกิจด้านความงามและสุขภาพ หรือเรียกว่าธุรกิจดูดีมีสุขมากกว่า 30 ปี การเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ หรือมิติต่างๆ ของโลกทั้งทางด้านสังคมธุรกิจ และนวัตกรรมของสินค้าต่างๆ เช่นการฟังเพลงจากเทปบันทึกเสียง 8 เทรค (TRACK) มาเป็นแคสเซ็ตเทป แผ่นดิสก์และมาเป็นดิจิทัลแบบไอพอดในปัจจุบัน หรือการบันทึกภาพด้วยฟิล์มขาวดำ มาเป็นฟิล์มสี และในที่สุดเป็นการบันทึกภาพแบบดิจิทัลโดยไม่ใช้ฟิล์มเลย ทางการแพทย์ก็เช่นกันจากการวินิจฉัยโรคด้วยภาพจากแผ่นฟิล์มเอ็กซเรย์ก็พัฒนามาเป็น MRI (Magnetic Resonance) ซึ่งให้ภาพ 3 มิติบนจอมอนิเตอร์ จึงช่วยวินิจฉัยได้แม่นยำกว่าเดิมมาก การวินิจฉัยยีนซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ในปัจจุบันเราก็สามารถวินิจฉัยโรคที่เกิดจากยีนได้แม่นยำเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่มีนวัตกรรมใดและองค์กรใดๆสามารถอยู่ค้ำฟ้าได้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป
ธุรกิจที่สามารถจะอยู่ค้ำฟ้าคู่เราตลอดไปก็คือ ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและความงามทั้งนี้เพราะทุกศาสตร์ ทุกนวัตกรรมบนโลกใบนี้ล้วนก่อเกิดมาเพื่อรับใช้ให้มนุษย์ดูดี อยู่ดีมีสุข เอื้ออำนวยให้มนุษย์สะดวกสบายขึ้น อายุยืนยาวขึ้น แข็งแรงมากขึ้น และอยู่อย่างปราศจากโรคภัย ดังคำทำนายของนักวิทยาศาสตร์ที่ว่า หากเรามีอายุยืนยาวต่อไปอีกสัก 20 ปี เราทุกคนก็สามารถมีอายุยืนยาวไปถึง 100 ปีได้ เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่สำคัญ 3 ด้านของโลก คือเทคโนโลยีด้าน ชีวภาพเชิงโมเลกุล (เช่นต่อไปมนุษย์ทุกคนก็จะรู้รหัสยีนส่วนตัวของตนเอง ซึ่งจะช่วยในการวินิจฉัยและการบำบัดโรคได้ในระดับยีนและระดับโมเลกุลได้) เทคโนโลยีด้าน ควอนตัม และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
การเปลี่ยนแปลงทางด้านสื่อสารและพรมแดนการค้า ทำให้การดำเนินธุรกิจในยุคต่อไปต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงการมาถึงของโซเชียลมีเดีย (Social Media) ต่างๆในยุคโลกาภิวัตน์ การค้าเสรี และประชาคมเศรษฐกิจต่างๆ ทั่วโลกที่เกิดขึ้น รวมถึงประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน (AEC) ดังนั้นผู้บริโภคจะเข้าถึงแหล่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real Time) ซึ่งมีแหล่งข้อมูลหลากหลาย และมีแหล่งความรู้มากมายที่ให้ค้นหาและให้คำปรึกษา ดังนั้นสินค้าและบริการที่ไม่มีคุณที่ไม่มีคุณภาพจริง ไม่คุ้มค่า ไม่รู้ราคา ไม่คุ้มราคาจะอยู่ไม่ได้เพราะความฉลาด และรู้เท่าทันของผู้บริโภคนั่นเอง
นอกจากนี้ความสะดวกซื้อของผู้บริโภคก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดเช่นกัน ดังนั้นการกระจายสินค้าให้ทั่วถึง หาซื้อได้ทุกที่ ทุกเวลาจึงเป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของบริษัทที่จะต้องพัฒนาไปให้ถึง จากความจริงที่ว่าธุรกิจเครือข่ายขายตรงก็เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร ข้อมูลจากสมาคมค้าปลีกได้ประเมินมูลค่าธุรกิจค้าปลีกไว้ที่ 1.4 ล้านล้านบาท ในขณะที่มูลค่าตลาดขายตรงทั้งประเทศมีตัวเลขรวมประมาณ 65,000 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่ามูลค่ารวมของตลาดขายตรงเปรียบเทียบไม่ได้เลยกับมูลค่าตลาดค้าปลีกและจากความจริงที่ว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการแข่งขัน 360 องศากับช่องทางขายปลีกทุกช่องทางได้ เราจึงจำเป็นต้องก้าวเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกอย่างไม่มีทางเลือก โดยเราจะมุ่งพัฒนาหุ้นส่วนธุรกิจเอ็มไออาร์นอกจากมีความรู้อย่างดีในตัวสินค้าที่เป็นนวัตกรรมในยุคต่อไปนี้แล้ว ยังต้องมีความรู้และทักษะในการบริหารงานการตลาดแบบเถ้าแก่น้อยในแบบฉบับของเอ็มไออาร์ เพื่อให้เกิดความสะดวกซื้อสูงสุด ราคาถูกสุด และคุ้มค่าสุดนั้นเอง
จากการมาถึงของสื่อดิจิทัลรูปแบบใหม่ๆ และโลกาภิวัฒน์ การค้าเสรีไร้พรมแดน ซึ้งการค้าธุรกิจเครือข่ายขายตรงโลกย่อมมีมูลค่าใหญ่โตมหาศาล เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดขายตรงในประเทศไทย จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่เอื้ออำนวยให้ธุรกิจเอ็มไออาร์ สามารถก้าวสู่ตลาดโลกจากสภาวะแวดล้อมโลกในยุคใหม่ที่มาถึง ดังนั้นบริษัทจึงมุ่งพัฒนาหุ้นส่วนธุรกิจ เอ็มไออาร์ ให้ก้าวสู่ตลาดโลกพร้อมกับเรา โดยยึดมั่นในนโยบายคุณภาพเป็นสำคัญ


MIR VISION คุณวุฒิพันธ์ เลิศวรธรรม กรรมการผู้จัดการ แสดงวิสัยทัศน์ ความพร้อมทั้งระบบ การบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ รองรับการขยายตัวทางธุรกิจ สร้างความมั่นใจกับนักธุรกิจ กับความพรั่งพร้อมของระบบ ที่ใครๆก็ไม่อยากพลาดโอกาสความสำเร็จ




















กิจกรรมภายในงาน บูธแสดงสินค้า สาธิตการดูแลใบหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ดรากอนบลัด น้ำแร่ธรรมชาติ บูธชงชิม ผลิตภัณฑ์คลอโรฟิลล์ กาแฟตังถั่งเช่า กาแฟโสมผสมหลิงจือ ผลิตภัณฑ์โรสเบอรี่ ผลิตภัณฑ์ปู่จิงตันบำรุงไต น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวพลัส ตรีผลา  สาธิตผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสถาบันออกแบบทรงผมชั้นนำ บูธให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ บรรยายความรู้เกี่ยวกับเวชศาสตร์ชะลอวัย





การบรรยายรูปแบบการจ่ายผลตอบแทนของบริษัทเอ็มไออาร์
และเคล็ดลับความสำเร็จจากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จกับธุรกิจ MIR

เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ในกลุ่ม Skinmates ผลิตภัณฑ์ Wild honey bee Natural By MIR รังสรรค์น้ำผึ้งป่ามีความเข้มข้นและมีคุณภาพสูงจากพืชพันธุ์ตามธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ปราศจากสารเจือปนและยาฆ่าแมลงเพื่อให้การบำรุงและปกป้องผิวเส้นผมและหนังศีรษะได้สารสำคัญที่ทรงคุณค่าการบำรุงอย่างเต็มเปี่ยม ประสานว่านหางจระเข้สายพันธุ์ aloe barbadensis จากรัฐ Peabla ประเทศเม็กซิโกซึ่งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่จึงอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารจึงทำให้ได้ต้นว่านหางจระเข้ที่มีความสมบูรณ์ที่สุดและควบคุมการผลิตจากผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกของประเทศสหรัฐอเมริกา มั่นใจได้ว่าเราใช้ว่านหางจระเข้ที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดในโลก




ทั้งนี้ ดร.พิศาล จันทฤทธิรัศมี ประธานกรรมการบริหาร และคุณวีรวรรณ เลิศวรธรรมรองประธาน พร้อมด้วยผู้บริหาร มอบรางวัลเงินสดสำหรับนักธุรกิจที่พิชิตตำแหน่งกับธุรกิจระดับ JADE ในงานนี้ด้วย






























MIR VISON ดร.พิศาล ประกาศลั่น! สร้างคุณภาพชีวิตคนไทยใหม่ พร้อมนำทัพนักธุรกิจ เป้าหมายรายได้หลักล้านกว่า 200 รหัส ในปี 62

บทความที่เก่ากว่า หน้าแรก